ร่วมประชันวงโปงลางในฟ้อนลำแคนคอนเทสต์ ๒๕๖๑ มหกรรมลำสาละวัน พร้อมดาวน์โหลดใบสมัคร

0
570

เตรียมระเบิดศึกประชันวงโปงลางพื้นเมืองอีสาน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “ฟ้อนลำแคนคอนเทสต์ ครั้งที่ ๑๐ : มหกรรมลำสาละวัน” พร้อมเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – ๑๔ กันยายน ๖๑

มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ ศูนย์วัฒนธรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ และเครือข่ายศิลปวัฒนธรรม ขอเชิญวงโปงลางพื้นเมืองอีสานระดับอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ร่วมการประกวด “ฟ้อนลำแคนคอนเทสต์” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี ๒๕๖๑ ชิงเงินรางวัลรวมมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาทมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ ศูนย์วัฒนธรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ และเครือข่ายศิลปวัฒนธรรม ขอเชิญวงโปงลางพื้นเมืองอีสานระดับอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ร่วมการประกวด “ฟ้อนลำแคนคอนเทสต์” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี ๒๕๖๑ ชิงเงินรางวัลรวมมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – ๑๔ กันยายน ๒๕๖๑ ในวันเวลาราชการ  ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ที่ สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การประกวดและใบสมัครได้ที่ http://www.kku.ac.th หรือ http://cac.kku.ac.th

 

คลิกดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การประกวด —> คลิกที่นี่ใบสมัคร —> คลิกที่นี่

 

โดยส่ง DVD และแฟลชไดรฟ์บันทึกไฟล์ (รูปแบบไฟล์ .MP4 หรือ .MOV) การแสดงสดของวงโปงลาง ทางคณะกรรมการมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะได้ดำเนินการแจ้งผลการคัดเลือกเข้ารอบ ๕ วงสุดท้ายสู่รอบชิงชนะเลิศให้กับโรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันรับทราบ ภายในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๑ และสามารถรับทราบผลการประกวดได้ที่เว็บไซต์ ศูนย์วัฒนธรรม  มหาวิทยาลัยขอนแก่น (http://cac.kku.ac.th)

สำหรับ การประกวดจะเป็นรอบคัดเลือกจากบันทึกการแสดงสดของวงโปงลาง โดยคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และเชี่ยวชาญในศาสตร์ดนตรีพื้นบ้าน และการฟ้อนรำ ให้เหลือ ๕ วง เพื่อเข้าร่วมประกวดในรอบชิงชนะเลิศ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ในงานสีฐานเฟสติวัล ๒๕๖๑ (Sithan KKU Festival 2018) ณ เวทีกลางแจ้ง หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่อไป

รางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวด มีดังนี้
ชนะเลิศ รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนสนับสนุน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

รองชนะเลิศอันดับ ๑ ถ้วยรางวัลจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมทุนสนับสนุน  ๖๐,๐๐๐ บาท

รองชนะเลิศอันดับ ๒ ถ้วยรางวัลจากที่ปรึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ พร้อมทุนสนับสนุน ๔๕,๐๐๐ บาท

ชมเชย ๒ รางวัล รับโล่เกียรติยศ พร้อมทุนสนับสนุน ๓๐,๐๐๐ บาท

รางวัลการแสดงมหกรรมลำสาละวันยอดเยี่ยม รับโล่เกียรติยศ พร้อมทุนสนับสนุน ๒๐,๐๐๐ บาท

รางวัลหมอลำยอดเยี่ยม รับโล่เกียรติยศ พร้อมทุนสนับสนุน ๑๐,๐๐๐ บาท

รางวัลนางไหและกั๊บแก้บยอดเยี่ยม  รับโล่เกียรติยศ พร้อมทุนสนับสนุน ๑๐,๐๐๐ บาท

รางวัลเครื่องดนตรียอดเยี่ยม ประกอบด้วย

ผู้บรรเลงพิณยอดเยี่ยม เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

ผู้บรรเลงแคนยอดเยี่ยม เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

ผู้บรรเลงโหวดยอดเยี่ยม เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

ผู้บรรเลงโปงลางยอดเยี่ยม เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

ผู้บรรเลงกลองยอดเยี่ยม เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

รศ.ดร.เกรียงไกร กิจเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ กล่าวว่า การประกวดฟ้อนลำแคน เกิดขึ้นจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และภาคีด้านศิลปวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะด้านการแสดงพื้นบ้านซึ่งถือว่าเป็นอัตลักษณ์ของชาวอีสาน พร้อมกันนี้ยังได้ส่งเสริมเยาวชนรุ่นใหม่เกิดความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม อีกทั้งส่งเสริมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมให้บุคคลทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการนำศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น บูรณาการเข้ากับการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการทางวิชาการ ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่ได้วางเอาไว้ คือ ทำให้เป็นสถาบันที่มีบทบาทในการอนุรักษ์ พัฒนาถ่ายทอด และฟื้นฟูขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมที่ดีต่อไป โดยในปีนี้ได้มีการกำหนดรูปแบบการประกวดในหัวข้อมหกรรมลำสาละวัน ซึ่งเราจะได้เห็นความหลากหลายในการประยุกต์การแสดงดั้งเดิมเข้ากับการแสดงในรูปแบบใหม่ๆ โดยผสมผสานกับอัตลักษณ์การเล่น การร้อง การลำ ของแต่ละท้องถิ่น

รายละเอียดการประกวดเพิ่มเติมที่ ศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทรศัพท์ ๐ ๔๓๒๐ ๒๖๖๓ (นายวรศักดิ์ วรยศ โทรศัพท์ ๐๘ ๖๓๔๖ ๕๑๓๓, นางสาวบุญยืน เปล่งวาจา โทรศัพท์ ๐๘ ๙๖๒๒ ๕๕๐๗, นายณัฐวุฒิ จารุวงศ์ โทรศัพท์ ๐๘ ๔๙๖๐ ๐๒๖๑)

การลำและการฟ้อนสาละวัน
ลำสาละวัน (Lam Salavan) เป็นศิลปะการแสดงด้านการขับร้องอันเป็นวัฒนธรรมของชนเผ่าลาวลุ่ม ในดินแดนลุ่มน้ำโขงอีกประเภทหนึ่ง โดยจะพบอย่างแพร่หลายในแถบภาคใต้ของ สปป.ลาว โดยเฉพาะในพื้นที่ แขวงสาละวัน จนได้ชื่อว่า ลำสาละวัน การลำสาละวัน มีด้วยกันสองทางการขับร้อง คือ สาละวันพันทองและ สาละวันเซโปน การลำสาละวัน กำเนิดมาจากการลำพิธีกรรมลงข่วงเพื่อบูชาผีฟ้า ผีไท้ ผีแถน อันเป็นคติความเชื่อของคนท้องถิ่น ต่อมาการลำสาละวัน เป็นที่นิยมจนถูกประยุกต์ให้มาเป็นการแสดงในงานบุญประเพณี รื่นเริง การลำมีหลายรูปแบบ ทั้งลำคนเดียวและลำแบบตอบกระทู้ เกี้ยวพาราสีระหว่างชาย-หญิง การฟ้อนก็ได้นำท่าทางการฟ้อนประกอบการลำสาละวันในยุคดั้งเดิม มาประยุกต์ให้เข้าจังหวะ ในยุคต่อมา ลำสาละวัน เป็นที่นิยมของชาวลาวโดยทั่วไป และ แพร่ขยายเข้ามายังฝั่งไทย ได้มีการประยุกต์จังหวะเข้ากับดนตรีสากลหรือแม้กระทั่งเอาทำนองลำมาทำเป็นเพลงลูกทุ่ง ซึ่งในยุคดั้งเดิมนั้น ใช้เพียงแคน กลอง ฉาบ และซอ ต่อมาความนิยมชมชอบของผู้คนประกอบกับทำนองลำที่สนุกสนาน จึงได้มีการประยุกต์ท่าฟ้อน มาเป็นการฟ้อนลำวงลาว ในปัจจุบันการฟ้อนแบบดั้งเดิมจะไม่ค่อยมีท่าแปลกใหม่เท่าใดนัก ผู้ฟ้อนมักจะแอ่นตัว วาดมือและแขน พร้อมยกขาตามจังหวะ กองศิลปกร ศูนย์กลาง (กรมนาฏศิลป์ของลาว) สปป.ลาว ได้นำเอาการลำและการฟ้อนสาละวัน มาประดิษฐ์เป็นท่ารำและชุดการแสดงในเวลาต่อมา

ด้วยความนิยมและความมีเสน่ห์ของการลำและการฟ้อนสาละวัน จนทำให้ศิลปะแขนงนี้แพร่หลายเข้ามา ในประเทศไทย โดยเฉพาะในแวดวงดนตรีและนาฏศิลป์พื้นบ้าน ได้เอาการลำและท่าฟ้อนมาประยุกต์ตามแบบฉบับของสำนักตน แต่ก็ยังคงทำนองและท่าฟ้อนหลักๆ ตามต้นฉบับไว้เช่นเดิม ในฐานะที่การแสดงลำและฟ้อนสาละวัน เป็นวัฒนธรรมร่วมที่มีความหมายความสำคัญ จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่ลำและฟ้อนสาละวันจะได้รับการอนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่คู่พี่น้องสองฝั่งโขงสืบต่อไป

หมายเหตุ : ผู้ให้ข้อมูล
๑) อาจารย์ภูเงิน บัวสี อดีตรองหัวหน้าแผนกแถลงข่าว วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว แขวงจำปาศักดิ์ สปป.ลาว และท่านยังมีถิ่นฐานเดิมอยู่แขวงสาละวัน
๒) อาจารย์โสพา อินทะวงสา รองหัวหน้าวารสารวรรณศิลป์และผู้รับผิดชอบกำกับ สโมสรวัฒนธรรมสินไซ กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สปป.ลาว
๓) นางฉวีวรรณ พันธุ (ดำเนิน) ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ประจำปี ๒๕๓๖