สำนักวัฒนธรรมร่วมศึกษาแนวทางขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมเชิงพาณิชย์

0
275

ฝ่ายศิลปวัฒธรรมและชุมชนสัมพันธ์ และสำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รศ.ดร.เกรียงไกร กิจเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ นายบัญชา พระพล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ และรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากร ร่วมสร้างความร่วมมืองานด้านศิลปวัฒนธรรมและแลกเปลี่ยนแนวคิดการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมเชิงพาณิชย์ ณ พื้นที่โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยได้รับเกียรติจาก อ.ดร.พรรณรวี พรหมนารท รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยอ.ดร.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง หัวหน้าโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และบุคลากรร่วมให้การต้อนรับ ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐

สำหรับการจัดกิจกรรมเป็นการร่วมหาแนวทางในการรบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมเชิงพาณิชย์ พร้อมการบริหารจัดการงานด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป้าประสงค์ในการพัฒนาพื้นที่บริเวณหอศิลปวัฒนธรรม คุ้มสีฐาน และพื้นที่ใกล้เคียงให้เป็นพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์ รวมถึงพัฒนาในด้านพาณิชย์ อีกทั้งขับเคลื่อนสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้และพื้นที่กิจกรรมในเชิงสร้างสรรค์ พร้อมสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลและกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะหน่ยงานที่มีแนวคิดและพันธกิจที่มีความคล้ายคลึงสอดคล้องร่วมกันกับสำนักวัฒนธรรม และเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินงานของบุคลากร และหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมได้มีการจัดกิจกรรมพัฒนาองค์กร เกิดแนวทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและเป็นไปในทิศทางที่ดีสร้างการเรียนรู้ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมกัน นอกจากนี้ได้มีการร่วมศึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการพื้นที่ในเชิงสร้างสรรค์สู่เชิงพาณิชย์ในหลากหลายมิติ ได้แก่ การจัดพื้นที่สร้างสรรค์จากฐานความร่วมสมัย และการจัดพื้นที่สร้างสรรค์ ณ พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง บ้านดำแกลเลอรี่ ไร่เชิญตะวัน พิพิธภัณฑ์ไร่แม่ฟ้าหลวง ทั้งนี้ รศ.ดร.เกรียงไกร กิจเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ได้บรรยายเรื่องแนวทางการบริหารจัดการงานด้านศิลปวัฒนธรรม ร่วมด้วยนายบัญชา พระพล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม ได้บรรยายแนวทางในการกำหนดลักษณะสำคัญขององค์กรเพื่อการพัฒนาคุณภาพของหน่วยงาน พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนแนวคิดและกำหนดแนวทางร่วมกันระหว่างผู้บริหารและบุคลากร

รศ.ดร.เกรียงไกร กิจเจริญ
รศ.ดร.เกรียงไกร กิจเจริญ

รศ.ดร.เกรียงไกร กิจเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ กล่าวว่า การบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมเชิงพาณิชย์ เป็นโอกาสอันดีของมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่ได้ประสานความร่วมมือต่อยยอดสู่การสร้างสรรค์งานด้านศิลปวัฒนธรรมในอนาคต อีกทั้งพัฒนาองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมสู่การเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ ซึ่งเป็นเสาหลักของยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นในเสาหลักที่ ๓ (Culture and Care Community) ส่งเสริมการทำนุบำรุงศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้การขับเคลื่อนงานด้านศิลปวัฒนธรรมในอนาคตจะมีการต่อยอดจากสิ่งที่ได้ดำเนินเนินอยู่แล้วมาอย่างต่อเนื่องบูรณาการสู่บริบทที่หลากหลาย ทั้งการเรียนการสอน การวิจัย การเผยแพร่องค์ความรู้ และการพัฒนาพื้นที่แหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมอีสาน เพื่อรองรับการพัฒนาของพื้นที่ รวมทั้งรูปแบบการบริหารองค์กรด้านศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในอนาคต ซึ่งปัจจุบันฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ และสำนักวัฒนธรรมมีการสร้างสรรค์งานที่หลากหลาย ซึ่งจะพยายามพัฒนาให้งานที่ได้ดำเนินการอยู่สร้างโอกาสสู่การพัฒนาให้เกิดรายได้และสอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน และขับเคลื่อนควบคู่ไปกับการบูรณาการสู่งานวิจัย การเรียนการสอน เผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมในหลายมิติ

อ.ดร.พรรณรวี พรหมนารท
อ.ดร.พรรณรวี พรหมนารท

อ.ดร.พรรณรวี พรหมนารท รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นโดยฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ สำนักวัฒนธรรม ให้ความสนใจและร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างสรรค์งานด้านศิลปวัฒนธรรม ถือเป็นการสร้างความร่วมมือและเป็นโอกาสร่วมกันในการพัฒนางานด้านศิลปวัฒนธรรม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตจะมีโอกาสหารือและสร้างแนวคิดการขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ เเละทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีการสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในหลากหายด้าน ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนางานด้านศิลปวัฒนธรรมให้เป็นไปในทิศทางวิชาการมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การจัดตั้งคณะสาขาวิชาที่ทำการเรียนการสอนในด้านศิลปะและวัฒนธรรมโดยตรง พร้อมสร้างความแตกต่างและโดดเด่นการการศึกษาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม

นายบัญชา พระพล
นายบัญชา พระพล

นายบัญชา พระพล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ รักษาการใตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กล่าวว่า สำนักวัฒนธรรมมีแนวคิดในการพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่สร้างสรรค์และขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมในเชิงพาณิชย์ พร้อมขยายเครือข่ายงานด้านศิลปวัฒนธรรม เป็นโอกาสที่สร้างแนวทางการพัฒนาและการบูรณาการงานด้านศิลปวัฒนธรรมต่อยอดสู่ในมิติเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสอดรับกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและชุมชนในปัจจุบัน อีกทั้งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งศิลปวัฒนธรรมถูกผนวกเข้ากับสังคม วิถีการดำเนินชีวิต และเศรษฐกิจ ขอขอบคุณพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นอย่างสูงในการร่วมแลกเปลี่ยน และนำข้อเสนอแนะในการนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานของสำนักวัฒนธรรม โดยเฉพาะการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์และพันธกิจของสำนักวัฒนธรรมที่กล่าวถึงการบูรณาการองค์ความรู้ศิลปวัฒนธรรมจากระดับภูมิภาคสู่สากล รวมถึงการบูรณาการกับการเรียนการสอนและกิจกรรมมของนักศึกษา สนับสนุนการวิจัยและสร้างความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมกับเครือข่ายสู่การบริการวิชาการและองค์ความรู้

อ.ดร.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง
อ.ดร.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง

อ.ดร.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง หัวหน้าโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า สิ่งที่พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขงเห็นความสำคัญและเน้นมากที่สุดคืองานด้านวิชาการและวิจัยที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับชุมชน โดยนำงานศิลปะจากท้องถิ่นรวบรวม จัดแสดง และเผยแพร่เป็นเป็นองค์ความรู้ โดยเฉพาะในด้านประวัติศาสตร์แบะศิลปะท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์นี้ขับเคลื่อนนโยบายของมหาวิทยาลัยที่พยายามผนวกภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดเชียงรายโดยใช้ศิลปินและปราชญ์ในท้องถิ่นให้เป็นเมืองแห่งศิลปะ ซึ่งมีความยินดีที่ฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ และสำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่นขอนแก่น ซึ่งเป็นองค์กรที่มีแนวคิด พันธกิข และวิสัยทัศน์ที่คล้ายคลึงกัยร่วมสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ สู่การพัฒนาให้เป็นพื้นที่เชิงสร้างสรรค์เศรษฐกิจทางศิลปวัฒนธรรมต่อไป