เชิญพุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญภาวนาทำวัตรเย็นบนวิถีชาวพุทธ ครั้งที่ ๙

 

สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ องค์การนักศึกษา ชมรมพุทธศาสน์และประเพณี ชมรมสมาธิและศีลธรรม และเครือข่ายศิลปวัฒนธรรม ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา ผู้บริหาร บุคลากร นักศึกษา และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมกิจกรรม “บำเพ็ญบุญบารมีบนวิถีชาวพุทธ” ทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ครั้งที่ ๙ ในวันศุกร์ ที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๙ ณ อาคารพุทธศิลป์ สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกิจกรรมปล่อยปลา สวดมนต์ทำวัตรเย็นและเจริญภาวนาสติ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เมตตานำทำวัตรเย็นและเจริญภาวนาโดยหลวงตาศิริ อินทสิริ วัดถ้ำผาแดงผานิมิต อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น

กำหนดการ
เวลา ๑๗.๐๐ – ๑๗.๓๐ น. กิจกรรมปล่อยปลา ณ บึงสีฐาน
เวลา ๑๗.๓๐ – ๑๘.๐๐ น. ลงทะเบียนทำวัตรสวดมนต์เย็น
เวลา ๑๘.๐๐ – ๒๐.๓๐ น. ทำวัตรเย็นและเจริญภาวนา

สำหรับกิจกรรม “บำเพ็ญบุญบารมีบนวิถีชาวพุทธ” ทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน จุดมุ่งหมายหลักเพื่อเน้นการส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการรักษาวัฒนธรรม ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม กระตุ้นให้ทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ตระหนักถึงความสำคัญด้านพุทศาสนา รับฟังธรรมเทศนา พร้อมการเจิรญภาวนา ทำวัตรเย็น และสร้างกุศลด้วยการปล่อยปลา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร. ๐ ๔๓๓๓ ๒๗๖๐ ภายใน ๔๒๓๐๑

คุ้มสีฐาน

“คุ้มสีฐาน”

“คุ้มสีฐาน” พื้นที่อาคารชุดสำหรับจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เป็นศูนย์ในการทำกิจกรรมต่างๆทั้งในส่วนของสถานที่และภาพลักษณ์ในการทำกิจกรรมในอนาคต มหาวิทยาลัยมองว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นบริเวณของศูนย์กลางด้านวัฒนธรรม เป็นบริเวณที่จัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย

ที่มา
คุ้มสีฐานนี้เดิมเป็นพื้นที่บ้านหัวจุก เปิดเป็นบ้านพักรับรองแขกของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เนื่องจากมีอายุ 30 ปี ตัวอาคารเสื่อมโทรมจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ จึงมีการรื้อถอน และปรับปรุงพื้นที่ใหม่ ทั้งนี้ได้ขออนุมัติมหาวิทยาลัยใช้พื้นที่ตรงบริเวณนี้เป็นสถานที่ จัดสร้างคุ้มสีฐาน เพื่อใช้เป็นศูนย์จัดกิจกรรมของผู้สูงอายุ ซึ่งข้าราชการ บุคลากรของมหาวิทยาลัยก็เกษียณจำนวนมาก พร้อมทั้งท่านเหล่านั้นมีส่วนร่วมกับมหาวิทยาลัย บริเวณนี้มีหลายอาคารรองรับกิจกรรมได้หลากหลาย ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร หรือแม่แต่นักศึกษาของ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็สามารถใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมได้ ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยที่เล็งเห็นความสำคัญของบุคลากรแม้ว่าจะเกษียณอายุไปแล้วหรือทำงานอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งใช้งบประมาณในการจัดสร้างรวมทั้งสิ้นกว่า 29 ล้านบาท

แนวคิดในการออกแบบ
คุ้มสีฐานไม่ได้เป็นเพียงแค่อาคารชุดเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนคุณค่าของมหาวิทยาลัย เมื่อเวลาผ่านไปสถานที่จะเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เป็นตัวแทนของพื้นที่ เป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกถึงสภาพแวดล้อม จากแผนแม่บทของมหาวิทยาลัยในส่วนนี้จะแสดงถึงทิศทางด้านศิลปวัฒนธรรม เมื่อผนวกกับตัวฐานเดิมของพื้นที่เป็นธรรมชาติค่อนข้างมาก การออกแบบไม่ได้ตีความวัฒนธรรมเป็นเพียงแค่การฟ้อนรำ ใส่เสื้อแขนกระบอก เท่านั้น แต่ว่าเป็นทั้งวิถีชีวิต อาคารหลังนี้ออกแบบให้รองรับวิถีชีวิตที่หลากหลาย และยังคงคุณค่าเดิมของบ้านหัวจุกไว้ ใช้วัสดุที่ยังใช้ได้อยู่ของบ้านหัวจุกหลังเดิม โดยเฉพาะไม้ ดัดแปลงและประยุกต์เข้าไปในอาคารใหม่ ส่วนบ้านหัวจุกทั้ง 2 หลัง ก็ยังคงไว้บริเวณเดิมแต่ได้เปลี่ยนรูปแบบใหม่ สัดส่วนยังคงใกล้เคียงของเดิม ซึ่งอาคารในพื้นที่นี้มีทั้งสิ้น 7 หลัง จึงเป็นที่มาของคำว่าคุ้ม ประกอบด้วย ศาลารับรอง อาคารส่วนบริการด้านสุขภาพ อาคารส่วนกลาง อาคารจัดเลี้ยง ซึ่งด้านบนจะเป็นลานใช้ในการจัดกิจกรรม ป้อมยาม อาคารห้องน้ำ โดยทุกอาคารได้พยายามออกแบบให้ใช้เครื่องปรับอากาศน้อยที่สุด เนื่องจากมีความเย็นจากบึงสีฐานและต้นไม้ที่มีในธรรมชาติ ที่สำคัญเวลากลางคืนมีระบบแสงที่สวยงาม รองรับการจัดงานในช่วงเวลากลางคืน จึงขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการร่วมสร้างสรรค์อาคารชุดหลังนี้

แหล่งเรียนรู้และเอื้อต่อผู้สูงอายุ
จุดเน้นของคุ้มสีฐานคืออการให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุในการใช้เป็นพื้นที่ด้านวัฒนธรรม ประเพณีและศาสนา ซึ่งไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลมากนัก ในอนาคตจะมีระบบอินเตอร์เน็ต ห้องสมุด ห้องทำสมาธิ ชมรมนักศึกษาสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมด้วย พร้อมทั้งมีบริการนวดแผนไทยสำหรับบุคลากร ผู้สูงอายุ และบุคคลภายนอก นอกจากนี้จะใช้เป็นพื้นที่ในการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีจากเดิมที่ใช้สำนักงานอธิการบดี ชื่นชมการออกแบบที่โล่งตาโล่งใจสมาชิกชมรมผู้สูงอายุทุกท่านชื่นชอบ จากนี้อาจจะมีการเพิ่มเติมในส่วนของที่พักผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ถือว่าเป็นสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุอีกด้วย

อาคารพุทธศิลป์

พุทธศิลป์สถาน
“พุทธศิลป์สถาน” มีการแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน ได้แก่ ลานพุทธศิลป์ พิพิธภัณฑ์พุทธศิลป์ อาคารพุทธศิลป์ ประกอบด้วยห้องนิทรรศการถาวร ประกอบด้วยอาคารแฝด หลักแรกเป็นพื้นที่จัดแสดงพระไม้มากกว่า 100 องค์ เชี่ยนหมากโบราณ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมไปถึงเครื่องใช้ในสมัยอดีตของชาวอีสานที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ส่วนอาคารหลังที่ 2 จัดให้เป็นห้องประชุมสัมมนารองรับผู้เข้าร่วมได้กว่า 100 ท่าน
ทั้งนี้ภายในบริเวณพุทธศิลป์สถานยังเป็นที่ประดิษฐานพระศรีปัญญาสภูริฐาน หรือหลวงพ่อพระศรี ๕๐ ปี มข. เพื่อให้พุทธศนิกชนเคารพสักการะ ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีดำริในการสร้างพระพุทธรูปเพื่อเป็นสักการบูชาและเป็นสิริมงคลแก่บุคลากรและประชาชนทั่วไป ในวาระ ๕๐ ปี ของการสถาปนามหาวิทยาลัยขอนแก่น รูปแบบการสร้างพระพุทธจากฐานความรู้งานวิจัยที่ศึกษาเรื่องพระพุทธรูปไม้ในภาคอีสาน ในการสร้างพระพุทธรูปไม้ในโอกาสสำคัญยิ่งนี้ มีกระบวนการมีส่วนร่วมจากบุคลากรและชุมชนหลายฝ่าย ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและคัดเลือกไม้มงคลตลอดจนกระบวนการแกะสลักองค์พระซึ่งมุ่งสะท้อนความงดงามของพระพุทธรูปผ่านศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นอีสาน จึงสำเร็จเป็นพระพุทธรูปไม้สักทองทั้งองค์ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2.4 ซม. สูง 3.2 ซม. นับเป็นพระพุทธรูปไม้องค์ใหญ่ที่สุดที่สะท้อนอัตลักษณ์ของอีสานตามต้นแบบของหลวงพ่อพระใสที่สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง มีชื่อว่า “หลวงพ่อพระศรี 50 ปี มข.” หรือ “พระศรีปัญญาสภูริฐาน” หมายถึง หลวงพ่อพระศรีที่ประดิษฐานไว้ ณ แหล่งภูมิปัญญาดังแผ่นดิน ในวาระ 50 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ห้องอีสานนิทัศน์


“ไผว่าเมืองอีสานฮ้าง   สิจูงแขนมันไปเบิ่ง
ศิลปวัฒนธรรมยังโจ้โก้  สิไปฮ้างบ่อนจั่งได๋”

อีสานนิทัศน์  เป็นห้องนิทรรศการถาวรในรูปแบบ “พิพิธภัณฑ์การศึกษา (Educational Museum) จัดแสดงบริเวณชั้น 2 แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับภูมิภาคอีสาน โดยใช้วิธีการนำเสนอด้วยเทคโนโลยีและสื่อที่ทันสมัยในลักษณะที่เป็นอินเตอร์แรคทีฟ มิวเซียม (Innteractive Museum) พื้นที่ในการจัดแสดงแบ่งออกเป็น 9 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 โถงต้อนรับและห้องบรรยาย
บริเวณโถงต้อนรับจัดแสดงพานบายศรีสัญลักษณ์แทนการต้อนรับของผู้มาเยือนของชาวอีสาน ด้านในเป็นห้องบรรยายที่ประดับตกแต่งด้วยศิลปะที่มีลักษณะตามแบบท้องถิ่น เป็นจุดแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลเนื้อหาทั้งหมดที่จัดแสดงด้วยวิดีทัศน์

ส่วนที่ 2 ภูมิศาสตร์กายภาพ
นิทรรศการนำเสนอด้วย แสง สี เสียง ประกอบไปด้วยภูมิศาสตร์อีสานโครงสร้างทางธรณีวิทยา แหล่งน้ำ ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ

ส่วนที่ 3 ประวัติศาสตร์และโบราณคดี
นิทรรศการอีสานยุคโบราณ วัฒนธรรมยุคโบราณในแต่ละยุคสมัย แผนที่ที่ตั้งแหล่งโบราณคดี และชุมชนโบราณ ในส่วนนี้มีคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัสสามารถสืบค้นข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดีได้โดยละเอียด

ส่วนที่ 4 ชาติพันธุ์วิทยา
แผนที่แสดงที่ตั้งกลุ่มชนต่างๆ ในอีสาน ภาพลายเส้นลักษณะการแต่งกาย ภาพจำลองสามมิติ (Diorama) แสดงวิถีชีวิตและการตั้งบ้านเรือนของกลุ่มคนต่างๆ พร้อมทั้งคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัสข้อมูลรายละเอียดของกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคอีสาน

ส่วนที่ 5 ประเพณีวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมอีสาน
ประกอบนิทรรศการเนื้อหาสถาปัตยกรรมอีสาน วรรณกรรมโบราณอีสาน หุ่นจำลองพร้อมคำบรรยายฮีตสอบอสอง-คองสิบสี่ คอมพิวเตอร์ระบบสัมผัสข้อมูลประเพณีอีสาน ตู้นิทรรศการหุ่นจำลองสามมิติ ประกอบแสง สี และคำบรรยายตำนานกำเนิดประเพณีบั้งไฟ (Diorama)

ส่วนที่ 6 ส่วนดนตรีและการแสดง
นิทรรศการประกอบภาพวีดิทัศน์ดนตรีและศิลปะการแสดงพื้นบ้านอีสาน

ส่วนที่ 7 ภูมิปัญญาพื้นบ้านอีสาน
นิทรรศการผ้าอีสาน ศิลปหัตถกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นพร้อมทั้งคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัสที่รวบรวมข้อมูลศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาของชาวอีสาน

ส่วนที่ 8 อีสานยุคปัจจุบัน
แสดงภาพการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวอีสาน อันมีความสัมพันธ์กับประเทศในกลุ่มประชาคมลุ่มน้ำโขง

ส่วนที่ 9 มุมสืบค้น
นิทรรศการภาพรวมทั้ง 19 จังหวัด รวมทั้งคอมพิวเตอร์เพื่อสืบค้นข้อมูลทางวัฒนธรรม
ห้องอีสานนิทัศน์ให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.30 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรม สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

หอศิลปวัฒนธรรม

หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ประวัติการก่อตั้ง
ความเป็นมาของหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2539 รัฐบาลในสมัย ฯพณฯนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติ งบประมาณแผ่นดิน มาดำเนินการก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่นบริเวณบึง สีฐานฝั่งตะวันตกเป็นอาคารทรงเล้าข้าวของชาวอีสาน เพื่อใช้แสดงนิทรรศการกิจกรรมด้าน ศิลปวัฒนธรรมและงานอื่นๆ และเป็นอาคารเวทีแสดงกลางแจ้งด้านศิลปวัฒนธรรม ใช้งบประมาณ 54.5 ล้านบาท พ.ศ.2541 เป็นอาคารหอศิลปวัฒนธรรม ริมบึงสีฐานและจัดตั้งหน่วยงาน “หอศิลปวัฒนธรรม” เป็นหน่วยงานในกำกับสำนักงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เปลี่ยนชื่อ
“สำนักส่งเสริมวัฒนธรรม” เป็น “สำนักศิลปวัฒนธรรม” ในปีพ.ศ.๒๕๔๑ รัฐบาลได้อนุมัติ งบประมาณแผ่นดินดำเนินการจัดทำพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา “อีสานนิทัศน์” งบประมาณ ๑๙ ล้านบาทเศษ
พ.ศ.๒๕๔๓ ย้ายสำนักงานมารวมกับหอศิลปวัฒนธรรม ที่อาคารหอศิลปวัฒนธรรม ด้านประตูสีฐาน
พ.ศ.๒๕๔๗ สภามหาวิทยาลัยขอนแก่นอนุมัติจัดตั้ง “สำนักงานวัฒนธรรม” โดยยุบรวมหอศิลปวัฒนธรรมและสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประกาศระเบียบมหาวิทยาลัยขอนแก่นว่าด้วยการบริหารสำนักวัฒนธรรม พ.ศ.2547

หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น
หอศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหน่วยกลางในการประสานงาน
การจัดนิทรรศการ การเผยแพร่และจัดแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
ส่วนที่ 1 อาคารแสดงนิทรรศการศิลปะ คือ บริเวณ ชั้นที่ 1 และชั้นที่ 3 เป็นพื้นที่จัดนิทรรศการศิลปะหมุนเวียน ทั้งผลงานของศิลปินไทย ต่างประเทศ นักศึกษาภายใน ภายนอกมหาวิทยาลัย หน่วยงานของรัฐ และเอกชน มีนิทรรศการจัดตลอดทั้งปี โดยเฉลี่ยแล้ว มีนิทรรศการประมาณ 15 ครั้ง ต่อ 1 ปี เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 19.00 น. ทุกวัน

ส่วนที่ ๒ นิทรรศการถาวร ห้อง “อีสานนิทัศน์” เวลาเปิด –ปิด 09.00-16.30 น. จันทร์-ศุกร์
“อีสานนิทัศน์” เป็นห้องนิทรรศการถาวรชั้น 2 ในรูปแบบ “พิพิธภัณฑ์การศึกษา (Educational Museum)” ที่แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับภูมิภาคอีสาน โดยใช้วิธีการนำเสนอด้วยเทคโนโลยีและสื่อที่ทันสมัย อันประกอบไปด้วย นิทรรศการประกอบแสง เสียง ภาพนิ่ง ภาพจำลองสามมิติ ภาพเคลื่อนไหว และการสืบค้นข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส ในลักษณะที่เป็นอินเตอร์แรคทีฟ มิวเซียม (Interactive Museum)

ตราสัญลักษณ์

logo1

สัญลักษณ์ของหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จากการประกวดแบบ ซึ่งผู้ชนะเลิศการออกแบบคือ นาย ธวัชชัย ภิมัยรัมย์ นักศึกษาสาขาวิชาศิลปศึกษา ชั้นปีที่ 3 คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมีรูปแบบรูปทรงของตัวอาคาร โดยใช้ลักษณะของลายเส้นที่เป็นลายผ้าขิดของอีสาน ใต้รูปอาคารจะมีชื่อหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ART AND CULTURE MUSeuM KHON KAEN UNIVERSITY

นักศึกษา มข. โชว์การแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน ณ ประเทศเวียดนาม

นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 19 คน ได้รับเชิญให้ร่วมแสดงโชว์ศิลปวัฒนธรรมไทย ในงานเลี้ยงตอนเย็นของการจัดการประชุม 7th International Conference on Public Health among GMS Countries ณ ห้องอาหาร Full Moon เมืองเว้ ประเทศเวียดนาม ซึ่งนักศึกษา มข. จัดชุดการแสดง จากภาคอีสาน โชว์วิถีชีวิต ความสนุกสนาน ความอ่อนช้อยสวยงาม 5 ชุดการแสดง จนทำให้ผู้เข้าร่วมงานจากหลายประเทศชมการแสดง อย่างไม่ละสายตา
คณะนักศึกษาแลกเปลี่ยนในปีนี้ มาจากนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะสาธารณสุขศาสตร์ ทั้งหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต และสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต ซึ่งได้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ณ Faculty of Hue University of Medicine and Pharmacy ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 24 กันยายน ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2558 โดยมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนด้านวิชาการ และศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งกิจกรรมแลกเปลี่ยนนักศึกษาดังกล่าวดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ใน 1 ปี จะมีนักศึกษาจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มข. ไปแลกเปลี่ยนที่เวียดนาม 1 ครั้ง และนักศึกษาจาก Faculty of Hue University of Medicine and Pharmacy มาแลกเปลี่ยนที่ มข. 1 ครั้ง กิจกรรมดังกล่าวสร้างความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองสถาบัน อีกทั้งในการเดินทางไปเยือนในครั้งนี้ คณะนักศึกษายังได้ร่วมงานครบรอบ 10 ปี Faculty of Hue University of Medicine and Pharmacy และร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติ ประชุม 7th International Conference on Public Health among GMS Countries อีกด้วย

ภาพ/ข่าว: ผุสดี ไกยวงษ์

ขอเชิญร่วมสร้างกุศลทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ๕๕๒ รูป วันสถาปนา ๕๒ ปี มข.

มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยฝ่ายศิลปวัฒนธรรม สำนักวัฒนธรรม องค์การนักศึกษา ชมรมสมาธิและศีลธรรม และชมรมพุทธศาสน์และประเพณี ขอเชิญร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ๕๕๒ รูป และพิธีเจริญพระพุทธมนต์โดยพระเกจิชื่อดังทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ ๕๒ ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี ๒๕๕๙ ในวันจันทร์ ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๙ ณ บริเวณพิธีสะพานขาว และอาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น เริ่มตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ น. เป็นต้นไป พร้อมร่วมรณรงค์ “วัฒนธรรมนำวิถี ตักบาตรนุ่งซิ่น วันศีลวันพระ” แต่งกายผ้าพื้นถิ่น นุ่งซิ่นสืบสานวิถีวัฒนธรรมแห่งอีสาน สุภาพสตรีนุ่งซิ่นอีสาน สุภาพบุรุษแต่งกายพื้นถิ่นพร้อมผ้าเบี่ยง ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ ๕๕๒ รูป

สำหรับพิธีทำบุญตักบาตรและเจริญพระพุทธมนต์จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ ๕๒ ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมกับเสริมความเป็นสิริมงคล และอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชน ผู้มีคุณูปการต่อมหาวิทยาลัย ตลอดจนคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ผู้ล่วงลับ อีกทั้งเป็นการทำนุบำรุงวัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามของชาวไทย ซึ่งพิธีเจริญพระพุทธมนต์มีพระเถระและพระเกจิอาจารย์ชื่อดังร่วมเจริญพระพุทธมนต์ ได้แก่ หลวงปู่บุญมา สุชีโว วัดป่าสุขเกษม จ.หนองบัวลำภู หลวงพ่อมนูญชัย มนูญญพโล วัดป่าศรัทธาธรรมวิทยา จ.มหาสารคาม หลวงพ่อสาคร อริโย วัดป่าภูเม็งทอง จ.ขอนแก่น หลวงปู่บัวทอง อัตตทันโต วัดป่าอรัญวิเวก จ.อุดรธานี หลวงพ่อทวี ปุญญปัญโญ วัดป่าสันติธรรม จ.เลย หลวงตาศิริ อินทสิริ วัดผาแดงผานิมิต จ.ขอนแก่น หลวงพ่อสุบรรณ์ สิริธโร วัดถ้ำผาเกิ้ง จ.ขอนแก่น พระอาจารย์บุญเกิด อริโย วัดอัมพวันม่วงน้อย จ.กาฬสินธุ์ พระอาจารย์นิคม นิคมวโร วัดเวฬุวัน จ.กาฬสินธุ์ และพระอาจารย์ปรีดี ผลญาโน วัดป่ากิตติญานุสรณ์ จ.ขอนแก่น

นอกจากนี้ขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมทำโรงทาน ในวันและเวลาดังกล่าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักวัฒนธรรม โทรศัพท์ ๐ ๔๓๓๓ ๒๗๖๐ หลายเลขภายใน ๔๒๓๐๑ เว็บไซต์ www.kku.ac.th หรือเฟซบุ๊คแฟนเพจ สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น

กำหนดการ
พิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรเนื่องในวันสถาปนาครบรอบ ๕๒ ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี ๒๕๕๙
วันจันทร์ ที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๙
ณ บริเวณพิธีสะพานขาว และอาคารสิริคุณากร สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น

******************************

กิจกรรมช่วงที่ ๑ พิธีทำบุญตักบาตร ณ มณฑลพิธีสะพานขาว มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เวลา ๐๖.๓๐ น. ผู้บริหาร บุคลากร นักศึกษา และพุทธศาสนิกชน พร้อมกัน ณ บริเวณพิธีสะพานขาว
เวลา ๐๗.๐๐ น. อธิการบดี ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา
เวลา ๐๗.๑๕ น. พระสงฆ์ จำนวน ๕๕๒ รูป รับบิณฑบาต

กิจกรรมช่วงที่ ๒ พิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเช้า ณ สำนักงานอธิการบดี อาคารสิริคุณากร
เวลา ๐๘.๐๐ น. ผู้บริหาร บุคลากร นักศึกษา และพุทธศาสนิกชน พร้อมกัน ณ สำนักงานอธิการบดี อาคารสิริคุณากร
เวลา ๐๘.๑๕ น. อธิการบดี ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและประกอบพิธีทางศาสนา
เวลา ๐๘.๓๐ น. พระสงฆ์เกจิอาจารย์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์และสวดมาติกาบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชน ผู้มีคุณูปการต่อมหาวิทยาลัย ตลอดจนคณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษา ผู้ล่วงลับ
เวลา ๐๙.๐๐ น. อธิการบดี ถวายจัตุปัจจัยไทยธรรม และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์เกจิอาจารย์ ๑๐ รูป
เวลา ๐๙.๑๕ น. พระสงฆ์เกจิอาจารย์ ๑๐ รูป อนุโมทนาและเจริญชัยมงคลคาถา และประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล แก้ผู้เข้าร่วมพิธี