ความเป็นมา

ความเป็นมาของ “สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น”

ภารกิจด้านวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินการเป็นกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยมาเป็นเวลานานจากโครงการศูนย์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอีสานใน คณะศึกษาศาสตร์ จนมาถึงโครงการสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้จัดตั้งเป็น “สำนักวัฒนธรรม” ในปัจจุบัน ซึ่งสามารถประมวลความเป็นมาตามลำดับ ดังนี้

IMG_0039-mini

พ.ศ. 2516 ดร. สายสุรี จุติกุล คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ริเริ่มทำเป็น “ศูนย์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน” ขึ้นเป็นการภายใน ดำเนินการรวบรวมจัดหาศิลปวัตถุ และจัดพิมพ์เอกสารหนังสือวัฒนธรรมชื่อ “ผ้าอีสาน” โดยได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิฟอร์ด
พ.ศ. 2521 เมื่อมหาวิทยาลัยได้จัดตั้งคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ขึ้น อธิการบดี (ศ.ดร.วิจิตร ศรีสะอ้าน) ได้จัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตามภาระกิจการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ใช้ชื่อว่า “โครงการศูนย์วัฒนธรรมอีสาน”
พ.ศ. 2522 ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงศึกษาธิการให้ เป็นศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาวัฒนธรรมประจำจังหวัดขอนแก่น อีกศูนย์หนึ่ง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น”ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น” จึงเป็นอันว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินงานวัฒนธรรม ทั้งระดับจังหวัดและระดับมหาวิทยาลัยในขณะเดียวกัน โดยโครงการศูนย์วัฒนธรรมอีสาน ทำหน้าที่ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัด ไปด้วยตามคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการและได้รับเงิน อุดหนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ภายหลังศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่นย้ายไปสังกัดที่โรงเรียนกัลยาณวัตรขึ้นตรงต่อกระทรวงศึกษาธิการศูนย์วัฒนธรรม อีสานมหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงได้ดำเนินงานอย่างเป็นเอกเทศ
พ.ศ. 2525 มหาวิทยาลัยได้รับอนุมัติให้บรรจุโครงการ ศูนย์วัฒนธรรมอีสานเข้าในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติฉบับที่ 5 แต่ไม่สามารถจัดตั้ง เป็นหน่วยงานได้เพราะ ไม่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการแผ่นดิน
พ.ศ. 2538 เปลี่ยนชื่อจาก “ศูนย์วัฒนธรรมอีสาน” เป็น “สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม”
พ.ศ. 2539 รัฐบาลในสมัย ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณแผ่นดิน มาดำเนินการก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น บริเวณบึงสีฐานฝั่งตะวันตกเป็นอาคารทรงเล้าข้าวของชาวอีสาน เพื่อใช้แสดงนิทรรศการกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมและงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และเป็นอาคารเวทีแสดงกลางแจ้ง เพื่อใช้แสดงศิลปวัฒนธรรมการแสดง ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 54.5 ล้านบาท
พ.ศ. 2541 เปิดอาคารหอศิลปวัฒนธรรม ริมบึงสีฐาน จัดตั้งหน่วยงาน “หอศิลปวัฒนธรรม”เป็นหน่วยงานในกำกับ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เปลี่ยนชื่อ “สำนักส่งเสริมวัฒนธรรม” เป็น “สำนักศิลปวัฒนธรรม” ในปีเดียวกันรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณแผ่นดินมาดำเนินการจัดทำพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาห้อง “อีสานนิทัศน์” เป็นงบประมาณ 9 ล้านบาทเศษ